Wednesday, 3 April 2013

Before Midnight


Before Midnight

หายไปนานมากๆเหมือนตอนนี้เขียนเดือนละบล๊อกเอง สงสัยจะแก่แล้วหมดไฟในการเขียน หรืออีกคำสั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความคือ จขบ ขี้เกียจ ค่ะ

ตอนนี้หนังไทยฮอตฮิตเหลือเกิน มีทั้ง “พี่มาก พระโขนง” จาก GTH กับ “คู่กรรม” จาก M39 แต่ไม่ได้เป็นหนังที่ จขบ อยากดูเลย จขบ อยากดู “Wish Us Luck-ขอให้เราโชคดี” เป็นเรื่องเกี่ยวกับแฝด 2 สาว เดินทางกลับมาจากอังกฤษโดยรถไฟ เสียดายฉายแต่ที่ HOUSE RCA ไม่อยู่ในระยะทำการที่ จขบ จะไปดู แถมฉายวันละ 2 รอบเอง หวังว่าจะมี DVD ออกมา

ส่วนอีกเรื่องที่อยากดูและคาดว่าจะพยายามหาโอกาสไปดูถ้าหนังเข้าโรงคือเรื่อง “Before Midnight” ไม่รู้ว่าคนอ่านเคยดูหนังภาคก่อนๆของเรื่องนี้กันไหมที่ไล่มาตั้งแต่ Before Sunrise มายัง Before Sunset และคาดว่าน่าจะจบที่ไตรภาคที่ Before Midnight

เรามาทำความรู้จัก ตัวเอกของหนัง Before ทั้ง 3 เรื่องนี้กันค่ะ มีตัวหลักแค่ 2 ตัว คือ Céline สาวชาวฝรั่งเศส กับ Jesse หนุ่มชาวอเมริกัน

Before Sunrise ทั้งคู่เจอกันบนรถไฟที่ Budapest (พอเขียนถึงคำนี้เพลงของ The Corrs ก็ขึ้นมาบนหัวทั้งๆที่ไม่มีอะไรเกี่ยวเลยเพียงแค่ในเพลงมันมีประโยคที่ว่า She has bought a place in Budapest)  Jesse มุ่งหน้าไป Vienna เพื่อขึ้นเครื่องบินกลับอเมริกา ส่วน Céline กำลังกลับบ้านที่ Paris หลังจากมาเยี่ยมคุณยาย ทั้งคู่ได้นั่งคุยกัน คือทั้งเรื่องมีแต่คุยๆ จนถึง Vienna Jesse ชักชวนให้ Céline แวะลงที่เวียนนาก่อนแล้วก็เดินคุยกันไปสถานที่ท่องเที่ยว คุยกันทั้งเรื่องชีวิต ศาสนา และความรัก  เป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวความคิดของคนอายุสักประมาณ 20 ปี ตอนนั้นอุดมการณ์หลายๆอย่างยังแรงกล้า  เป็นหนังที่ดูช่วงอายุสัก 20 เป็นหนังที่ตรงใจมาก อย่างเช่น ประโยคนี้

“I’d say to my Dad, “I want to be a writer”, and he’d say, “Journalist.”  I’d say, “I want to have a refuge for stray cats” and he’d say, “Veterinarian.”  I’d say, “I want to be an actress” and he’d say, “TV newscaster.”  It was this constant conversion of my fanciful ambitions into these practical money-making ventures.”

Before Sunset  9 ปีหลังจากทั้งคู่จากกันที่ Vienna เราจะได้รู้ว่าทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกไหมตามที่ได้นัดกันตอน Before Sunrise สรุปคือไม่ได้เจอกัน คราวนี้ Jesse เป็นนักเขียนหนังสือขายดี มาแจกลายเซ็นต์ร้านหนังสือที่ Paris หนังสือเล่มนี้เขาเขียนโดยใช้แรงจูงใจจากประสบการณ์ของเขากับ Céline ใน Vienna แล้วเธอก็มาที่งานด้วยแล้วก็ตกลงไปดื่มกาแฟกัน update ชีวิตของแต่ละคน Jesse แต่งงานมีลูก แต่เขาไม่รักภรรยาแล้วอยู่เพื่อลูกว่างั้น Céline มีแฟนทำงานด้านสิ่งแวดล้อม และก็เหมือนเดิมคือ ทั้งคู่เดินคุยกันทั้งๆที่ Jesse ต้องรีบไปขึ้นเครื่องแต่เขาก็ยังเลือกที่จะลงเรือท่องแม่น้ำ Seine พร้อมนัดให้แท๊กซี่มารับที่ท่าเรือ แถมยังดึงดันจะไปส่ง Céline ที่อพาร์ทเม้นเธอ ในที่สุดเขาก็ขึ้นไปบนห้องเธอขอให้เธอร้องเพลงให้ฟัง แล้วก็จบไปอย่างนั้นเราไม่รู้ว่าเป็นยังไงต่อ Jesse กลับอเมริกาไปหาลูกและภรรยาไหม

จขบ ชอบเรื่องนี้ที่มีการแลกเปลี่ยนความเห็น เรื่องนี้ดูตอนโตแล้วมันก็เป็นเหมือนที่ความคิดโตแล้ว โตไปพร้อมๆกับตัวละครทั้งสอง

“Memory is a wonderful thing if you don’t have to deal with the past.”

Before Midnight ยังไม่ได้ดูเพราะหนังยังไม่เข้าที่ไทย แต่เรื่องนี้เรารู้ว่าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันที่ Paris มีลูก 2 คน ทั้งคู่กำลังมีปัญหา Jesse พยายามจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกชายกับภรรยาเก่าให้แน่นแฟ้น ส่วน Céline ก็ถึงทางแยกของอาชีพการงาน หนังเรื่องนี้น่าสนใจเพราะ จขบ เหมือนโตไปพร้อมกับพวกเขาทั้งสอง อยากรู้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงยังไง

จขบ คิดว่าคงต้องไปหาสองเรื่องแรกมาดูก่อนที่ Before Midnight จะเข้าโรง ไปซึมทราบบทสนทนาระหว่าง Jesse กับ Céline ไปฟังเพลง A Waltz For A Night ไปดูวิวยุโรป หนังที่ดีไม่จำเป็นต้องมีฉากอลังการ แค่มีดาราสองคนกับบทดีก็พร้อมจะทำให้คนเข้าไปดูหนังเสมอค่ะ 




Sunday, 3 March 2013

Miscellaneous 36


หายศีรษะไปนานมาก ไม่ได้เขียนอะไรเลย ตอนนี้ตัวขนขึ้นอยู่ ฮาฮาฮา แต่ก็ยุ่งกับงานแล้วก็นั่นนู่นนี่เยอะแยะค่ะ ไหนๆก็ไหนๆตอนแรกนึกอยู่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี และในที่สุดก็................นึกไม่ออก สุดท้ายก็นะเขียนเรื่องนั่นนิดนี่หน่อยละกันนะคะ คนเขียนขี้เกียจเป็นที่สุด แต่ไม่เขียนก็ไม่ได้ ไม่อยากหายไปเลย

1.งานประกาศผลออสการ์ 2013 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป อุตส่าห์มีตรงกับวันหยุดแต่ก็ไม่ได้ดู มาดูย้อนหลังเอา ดีใจที่ Les Misérables ได้ไปหลายรางวัล เพราะเป็นหนัง Mainstream ที่อยากดูอีกเรื่องค่ะ ส่วนหนังภาษาต่างประเทศก็น่าสนใจ Amour (Love) ก็คว้าไป ส่วนที่ชอบสุดคือการ์ตูน animation สั้น ที่โดยส่วนตัวเคยดู 2 เรื่อง ก็หาดูตาม YT นี่แหละค่ะ ชอบทั้ง Paperman กับ Head Over Heels สุดท้ายชอบที่ Anne Hathaway ร้อง I dreamed a dream บนเวที แต่สุดท้ายสุดๆ ฮาฮาฮา ดีใจที่ Adele ได้รางวัลจาก Skyfall
ปล.Anne สวยนะแต่ยังชอบเสียงเจ้าป้า ซูซาน แห่ง BGT มากกว่าอะ





2.Brit Awards คืองานประกาศรางวัลเพลงของอังกฤษ ที่ จขบ ชอบมากกว่า Grammy Awards ซะอีก การแสดงก็น่าสนใจ แถมโดยส่วนตัวชอบนักร้องอังกฤษมากกว่า bias อะ ฮาฮาฮา ยอมรับโดยดุษฎีว่าลำเอียง โดยที่ไม่ได้ฟังวิทยุหรือดูทีวีเท่าไหร่ทำให้ไม่ค่อยรู้จักนักร้องทางฝั่งอังกฤษยกเว้น One Direction หุหุเด็กๆชอบ การดู Brit ก็เหมือนเป็นการหาเพลงเพราะๆฝั่งอังกฤษฟังปีที่แล้วทำให้เราได้รู้จัก Emeli Sandé กับ  Ed Sheeran ปีนี้ก็ Ben Howard, Jessie Ware, Jake Bugg, Rita Ora และ Tom Odell
น้อง Tom เท่มาก ตัดสินใจเป็นแม่ยกน้องTom  ฮาฮาฮา


3.ที่บ้านมีหอ มอ อา หมา ตัวใหม่ ตัวนี้ จขบ ก็ไปเล่นด้วยพอควรเป็น ไซบีเรี้ยนฮัสกี้ คนเขาให้มานะคะ ที่บ้านไม่ซื้อค่ะแต่ขยันให้กันมาเหลือเกิน แต่ตัวนี้เป็นขวัญใจเพื่อนๆของตัว จขบ เอง และเพื่อนๆของพี่น้องๆมาก แวะมาเยี่ยมมาหากันเพียบค่ะ  จขบ เล่นด้วยได้นะคะแต่ขอไม่ดูแลแบบ It’s already hard to look after myself. จึงไม่ขอมีสิ่งมีชีวิตให้ต้องมาลำบากดูแลอีก

4.วันนี้เป็นวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม จขบ เลือกไม่ได้ เพราะย้ายกลับบ้านนอกนานพอดูแล้วค่ะ แต่ได้ขอคะแนนให้ ผู้ชายที่เปรี้ยวที่สุดในเมืองไทยจากน้องไปละ รู้ว่ายาก แต่นะไม่อยากให้ “หมีจูด้า” ได้ ส่วนอีกคนก็นะ no comment ละกันมาฟังเพลงนี้ให้กำลังใจคุณโต้ดีกว่า

พี่เขาเป็นถึง “พี่เป็นวัยรุ่นที่แก่ที่สุดในโลก”



5.น้องเม เอรียา จุฑานุกาล ไม่รู้คนที่หลงมาอ่านบล๊อกจะรู้จากน้องเขากันหรือเปล่า ด้วยความที่ จขบ ชอบดูกีฬา ย้ำว่าดูนะคะ ก็ติดตามเชียร์ 2 ศรีพี่น้อง โม-เม นักกอล์ฟวัยรุ่นจากไทยที่น่าจะไปได้ดีในการเล่นกอล์ฟระดับอาชีพ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วน้องเม พลาดคว้าแชมป์ LPGA ที่ไทยไปเพราะขาดประสบการณ์ แต่น้องเขาแค่ 17 เอง โอกาสยังมี น้องเขาต้องเป็นระดับต้นๆได้แน่ ไม่ต้องนิยามว่าน้องเขาจะเป็นนิวนู่นนิวนี่ แถมอาทิตย์นี้น้องเขายังทำได้ดีในรายการ LPGA ที่สิงคโปร์ด้วย หน้าตาน้องเขาอาจจะไม่น่ารักเท่า โปรอุ๋ย นิรดา นิราพาธพงษ์พร แต่น่าจับตาจริงๆนะคะ อย่าลืมเชียร์น้องเขานะคะ

6.มีคุณผู้อ่านบอกว่าหนังสือของคุณ พระจันทร์สีม่วง มีโอกาสใกล้ได้อ่านละ เอาเป็นว่า ยังรออ่านอยู่นะคะ แต่ตอนนี้รออ่าน เคียงใจ ของคุณฝุ่นละออง มากกว่า  คิดถึง ซี กับ ปลาดาว


*เพิ่มเติม เห็นมีข่าวบอกว่าอาจจะได้อ่านหนังสือ พระจันทร์ซ่อนเงา แต่เราเข้าไปดูที่บอร์ดเด็กดีมา มีคุณคนหนึ่งเขามาให้ความเห็นไว้ ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะคะ ว่าโทรไปทุกวันทั้งอาทิตย์ก็ไม่รับ พอส่งข้อความไปบอกจะแจ้งความ คนทำหนังสือก็ติดต่อกลับมาเลย แล้วก็มาผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆอย่างนี้ไม่ดีแน่ค่ะ ตอนขายก็มาโพสขายตามที่ลงบอร์ดที่ลงนิยายเต็มไปหมด แต่พอหนังสือจัดส่งไม่ได้ตามกำหนดกลับเงียบหาย ไปโพสแต่ที่ facebook ซึ่งเราคงไม่ไปเป็นเพื่อนเขาแน่ๆใน facebook เพราะของเรามีไว้ใช้กับเพื่อนและครอบครัวเท่านั้น เรายังจำได้ตอนที่เราสั่งจองไปทางเมลแต่ไม่ได้โอนเพราะช่วงนั้นยุ่ง คนทำหนังสือถึงขนาดโทรมาตามว่ายังสนใจไหม ตอนนั้นเขาซื้อใจเราได้นะคะ ถือว่าเออใส่ใจดี เรารีบหาทางโอนให้ (ต้องขอบคุณผู้มีอุปการะคุณที่รีบโอนไปให้) แต่พอเจอเรื่องหนังสือไม่ได้นี่ไม่ไหวนะ แต่เราคงไม่ไปแจ้งความอะไรหรอกหลักฐานการโอนก็ไม่มี คนที่ช่วยโอนไปให้ก่อนก็ไม่รู้จะมีเอกสารหรือไม่มันนานมากแล้ว แถมเราไม่อยากไปประกาศตัวตนว่าเราเป็นใครสั่งนิยาย Yuri แล้วก็ไม่ได้อ่านเสียที กระบวนการพิมพ์มันไม่นานขนาดนี้ ยิ่งบอกว่าจะส่งตั้งแต่กลางเดือนกุมภา นี่ต้นเดือนมีนาแล้วนะคะ ต่อให้ส่งแบบไม่ลงทะเบียนหนังสือยังไงก็ต้องมาแล้ว
สรุปซื้อหนังสือ Pre-Order สองเล่ม รวม Believe ของ ลลนล ด้วย ไม่ได้ทั้งสองเล่ม เข็ดค่ะ คงซื้อแต่หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มแล้วเท่านั้น ตอนนี้ก็คงมีแต่สำนักพิมพ์สะพาน บ่นๆๆๆ

Friday, 15 February 2013

วันไหว้


ไม่ได้เขียนบล๊อกมาอาทิตย์กว่าแล้วมั้งคะ จำไม่ได้ แต่วันนี้ตอนเช้าว่างเลยเขียนบล๊อกซะหน่อยส่วนจะเขียนเรื่องอะไรก็ไม่ได้เตรียมตัว เนื่องจากอินเตอร์เนตที่ออฟฟิศใช้ไม่ได้เลยถือโอกาศอู้ซะเลย (ขณะนี้กำลังนั่งนึกว่าจะเขียนอะไรดีอยู่ค่ะ) จะเขียนเรื่องวาเลนไทน์มันก็ไม่มีอะไรให้เขียน เพราะประสบการณ์เกี่ยวกับวัยวาเลนไทน์ที่น่าจดจำที่สุดคือตอนมัธยม เดินไปซื้อดอกไม้กับเพื่อน แถวๆโรงเรียนนั่นแหละค่ะ ไปแล้วโดนยืมตังค์รู้สึกป่านนี้ยังไม่ได้คืนเลยมั้ง หุหุ รู้สึกตอนเด็กๆจะโดนเอาเปรียบบ่อยๆ ยืมนู่นนี่ ยืมเงินแล้วไม่คืนบ้าง แต่ที่จำได้คือปกติจะถึงโรงเรียนเช้ามาก หกโมงเช้าก็เดินเข้าโรงเรียนแล้วแต่วันนั้นได้มีโอกาสยืนแถวสายครั้งแรกในชีวิต แถมคุณครูที่ชอบเจอกันตอนเช้าๆยังบอกว่ายัยคนนี้ปกติมาแต่เช้า ต้องออกไปโต๋เต๋ไม่ยอมเข้าโรงเรียนแน่ๆ ต้องโดนทำโทษหนัก แต่เราจำไม่ได้นะว่าโดนทำโทษอะไร รู้สึกว่าไม่มีอะไรเพราะมันไม่มีอยู่ในความทรงจำเลย

นึกออกละจะเขียนเรื่องอะไร จะเขียนเรื่องพิธีไหว้ตรุษจีนของที่บ้านเรานะคะ เคยคุยกับเพื่อนเขาบอกว่าไหว้ไม่เหมือนกันค่ะ บ้านเราเยอะ ซึ่งเราก็เห็นด้วยว่าเยอะจริง เยอะจนเหนื่อย หุหุ
คนทำอะเหนื่อย เหนื่อยเหมือนกันทั้งตรุษทั้งสาร์ท ขอเล่าว่าที่บ้านไหว้เยอะมากจัดของไปไหว้ตามศาลข้างๆบ้านด้วย แต่จะไปไหว้ก่อนเพราะวันไหว้จริงจะไม่มีเวลาไปดีนะอันนี้เป็นหน้าที่คนอื่น ส่วนขนมเมื่อก่อนบ้านเราทำแค่ขนมเข่งเองค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ทำเองทั้งขนมเข่งและขนมเทียนโดยคนห่อมือฉมังคือแม่กับพี่ที่ออฟฟิศอีกคน ให้เขาไปช่วยเวลาว่างแล้วของพวกนี้ห่อไว้ก่อนนานมากค่ะ ห่อแล้วเก็บตู้ฟรีซนอนไว้ (ตู้ที่ตามร้านอาหารใช้อะค่ะ) แล้วก็ต้มเป็ดไก่หมูเอง เพราะซื้อเขาเดี๋ยวนี้แพงมากแถมใช้เยอะ เพื่อนบอกว่าเขาฮิตเอาเป็ด MK มาไหว้กันตัวละ 600 บาท ถ้าไหว้ตัวเดียวคงไม่เป็นอะไร แต่บ้านเราใช้เยอะต้มเองคุ้มกว่าเยอะค่ะ ยังไม่รวมอาหารต่างๆ ที่บ้านจะต้มไข่พะโล้ไว้ก่อนค่ะ แล้วก็จะมีพี่ที่ทำครัวกับแม่ตื่นมาทำอาหารกันตั้งแต่ตีสามเลยมั้ง มาทอดปลา ของทอด ทำกับข้าว

คราวนี้มาถึงพิธีการ เราจะตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่อเสียบกาต้มน้ำ จัดน้ำชาไว้ให้ป้าลงมาไหว้เจ้าตอนเช้า แล้วก็เปิดประตูให้คนมาเอาของไปไหว้ออฟฟิศกับไหว้รถ (ดีนะที่ของจัดใส่จานไว้ตั้งแต่กลางคืนแล้ว) หลายๆคนเคยบอกว่าไม่เคยเห็นไหว้รถแต่แถวจังหวัดเราเขาไหว้กันนะคะเขาถือว่ารถมีแม่ย่านางคล้ายเรือมั้งแถมเป็นเครื่องมือทำมาหากิน วันไหว้นี่จะเห็นรถมีดอกไม้ผูกไว้หน้ารถวิ่งกันขวักไขว่ เรื่องไหว้ที่ออฟฟิศกับรถไม่ใช่หน้าที่เรา ฉะนั้นเราไม่รู้รายละเอียดมากนักนะคะ มาหน้าที่เราดีกว่า พอดูของเรียบร้อยป้าเราจะมาไหว้ไล่มาตั้งแต่ ศาลพระภูมิ, เจ้าที่ ที่อยู่ข้างนอก แล้วเขาก็จะเข้าไปไหว้ตี้จู้เอี๊ยะ ออกมาลา (รอธูปหมด) สิ่งของที่ไหว้พระภูมิและเจ้าที่ ให้เราเอากระดาษไปเผา พอเผาเสร็จถึงจะจุดประทัด แล้วเราก็ต้องไปตามเอากระดาษเงินกระดาษทองที่ของไหว้ในบ้านมาเผา ในบ้านไม่ใช่ไหว้แต่ตี้จู้เอี๊ยะนะคะ ยังมีกระดาษไหว้พระกับไหว้เจ้าแม่ทับทิมอีก เมื่ออะไรเสร็จก็น่าจะประมาณสัก แปดโมงกว่าก็ได้เวลาอาบน้ำเพื่อเตรียมของไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งจะอาหารจัดเต็มมากๆ จะต้องมีหมี่สั่วผัด ไข่พะโล้ ถั่วงอกผัดเป็นอาหารยืนพื้นจากนั้นก็แล้วแต่คนทำอาหาร ถ้ามีพวกกุ้งต้ม กั้งต้ม จะต้องแกะเปลือกออกให้หมดเพราะเชื่อว่าพวกนี้แข้งขายั้วเยี้ยจะเกี่ยวขัดกันจนมีปัญหาระหว่างคนในบ้านได้ (แกไปก็เห็นว่ายังมีอะนะ หุหุ) ผลไม้ก็ต้องมีส้ม มีกล้วย แล้วก็แล้วแต่ใครจะซื้ออะไรมา ไหว้ก็ต้องไหว้ 3 รอบ ไม่รู้ที่อื่นเป็นอย่างบ้านเราไหม พอครบก็รอสักพักเตรียมลารับประทานอาหารร่วมกันแต่ก่อนทานเด็กๆต้องลงไปเผากระดาษก่อนเผาเสร็จทานอาหาร  หลังจากนั้นจะมีเวลาพักเล็กน้อยสักบ่ายสองก็ต้องเตรียมของไหว้กลางแจ้ง ที่บ้านเราเรียกว่าไหว้เฮียตี๋(ผีไม่มีญาติ) จะไหว้กันเป็นหม้อเลยนะคะ แล้วไหว้เนี้ยต้องจุดธูปปักลงไปในอาหารทุกจาน จานเปล่าช้อนซ่อมก็ต้องมีธูปเสียบไว้ด้วยนะคะ แต่ที่เหนื่อยสุดช่วงแดดร้อนเปรี้ยง เด็กๆต้องมีหน้าที่เอาธูปไปปักรอบบริเวณบ้าน บริษัท ยิ่งบริเวณกว้างเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อน หลังจากนั้นรอให้ธูปที่ปักไว้ในอาหารซึ่งต้องปักสามรอบเหมือนกันใกล้หมดก็ลาแล้วก็เอากระดาษเงินกระดาษทองมาเผาอีก แล้วก็จุดประทัดพอจุดประทัดเสร็จเก็บของตักของที่มีอยู่มหาศาลแจกตามบ้านคนรู้จัก แล้วก็เป็นเวลาที่หลายๆคนรอคอย คือ เวลาแห่งการแจกแต๊ะเอียค่ะ สำหรับเรามันเป็นเวลาไปล้างหน้าล้างตาเปิดแอร์นอนก่อนตื่นมาทานข้าวเย็นตอนค่ำๆค่ะ

สรุปแล้วตอนเด็กๆเราสนุกกับการหยุดเรียน ได้เจอญาติพร้อมพับกระดาษเงินกระดาษทองครีเอทมากมายว่าจะพับเป็นอะไรดีเยอะแยะไปหมด เมื่อโตขึ้นรู้สึกเหนื่อยมากขนาดเราไม่ได้ทำเท่าที่อีกหลายๆคนทำนะเรายังเหนื่อยเลย  อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด

ลากันไปง่ายๆ เหมือนเป็นบล๊อกบ่นเลยเนอะ

Sunday, 3 February 2013

Cinema Paradiso


Cinema Paradiso

จขบ ต้องรีบเขียนเรื่องมาลงเพราะเดี๋ยวผู้อ่านที่มีอยู่น้อยนิดจะเข้าใจว่าเลิกเขียนบล๊อกไปแล้ว ยังไม่เลิกค่ะ เพียงแต่ยุ่งจริงๆแถมไม่มีอะไรที่ทำ ดู อ่าน ฟัง น่าสนใจที่จะเขียนถึงสักเท่าไร แต่ในเมื่อคิดว่าต้องเขียนเลยพยายามหาเรื่องมาเขียนจนได้ค่ะ ความเป็นจริงอยากเขียนถึงเรื่อง Les Misérables แต่ยังไม่ได้ดูอาทิตย์ที่ผ่านมาไปกรุงเทพมาแต่หนังยังไม่เข้าโรงมั้งคะเลยไม่ได้ดู โดยส่วนตัวเคยอ่านหนังสือแปลเป็นไทยแต่ไม่ใช่ภาคสมบูรณ์ เลยว่าจะไปหาหนังสือเรื่อง เหยื่ออธรรม- ฉบับสมบูรณ์แปลโดย คุณวิภาดา กิตติโกวิท มาอ่านดู ก่อนจะดูหนังคิดว่าอาจจะทำให้อรรถรสในการรับชมดีขึ้น แต่ในเมื่อวันนี้เราไม่ได้จะพูดถึง Les Misérables จึงไม่พิมพ์อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เดี๋ยวตอนจะคุยจริงกลายเป็นไม่มีข้อมูลอะไรเหลืออยู่ J

หนังเรื่องที่จะเขียนถึงเรื่องนี้เป็นหนังเก่ามากได้รางวัลต่างๆนาๆตั้งแต่ จขบ อายุยังไม่ถึงสิบขวบ แต่ใครเป็นคอหนังไม่ดูหนังเรื่องนี้เขาว่าคุณไม่เป็นคอหนังที่แท้จริง จขบ เคยดูหนังเรื่องนี้ตั้งนานเป็นสิบปีมาแล้ว แต่ดูอย่างไม่ตั้งใจดูคือเขาเปิดหนังรางวัลให้ดูทุกวันพุธจะเป็น Film Night เราก็ไปนั่งดูกับเพื่อน ดูไปคุยไปไม่ได้สนใจจนไปได้ DVD เรื่องนี้มาจากร้านแมงป่อง ในราคา 100 บาท ก็เลยมาดู ก่อนจะเขียนถึงก็ดูไปสองรอบ รอบแรกดูแบบเอา feeling ไม่ได้เก็บข้อมูลอะไร รอบสองดูแบบเก็บข้อมูลว่าชอบอะไรในหนังนะ รอบแรกดูแบบ Sub ไทย รอบสอง Sub อังกฤษ อ่านบทไปด้วย ดูแล้วชอบนะคะ

Cinema Paradiso เป็นหนังอิตาลี กำกับโดย Giuseppe Tornatore ที่ได้รับรางวัลมากมายจากเวทีใหญ่ๆทั่วโลก ทั้ง Oscars, Golden Globes และ BAFTA หนังเรื่องนี้จะเป็นการรำลึกถึงอดีตของ Salvatore หรือ โตโต้ เขาได้รับข่าวจากแม่ที่เขาไม่ได้กลับไปเยี่ยมเป็นเวลา 30 ปี นับตั้งแต่จากมา หนังจะได้ย้อนกลับไปเล่าถึงโตโต้ในวัยเด็กว่าเขาทำอะไร เขาชอบหนัง การชอบของเขาไม่ใช่แค่ดูหนังอย่างที่หลายๆคนอย่าง จขบ ทำ แต่โตโต้ชอบเข้าไปดูการฉายหนัง แอบเข้าไปดูแต่เด็กเกะกะ ลุง Alfredo จนถูกตะเพิดออกมาหลายครั้งแต่เขาก็พยายามที่จะกลับไป บ่งบอกถึงความเพียนพยายามว่าคนเราต้องทำในสิ่งที่ชอบ ที่รัก แล้วในที่สุดมันจะประสบความสำเร็จ มีอาชีพเลี้ยงตัว เรื่องนี้ยังเล่าถึงความผูกพันธ์ระหว่างโตโต้กับ Alfredo ซึ่งมันทำให้หลายๆคนเสียน้ำตารวมถึง จขบ ด้วย จขบ จะไม่ Spoil นะคะ แนะนำให้ไปหาดูนะคะ สมมุติเดินผ่านแมงป่องแล้วเห็นแผ่นในราคาไม่เกินร้อยก็ซื้อมาดูนะคะ

เราชอบประโยคนี้ที่ Alfredo พูด “Whatever you end up doing, love it. The way you loved the projection booth when you were a little squirt.”



ขอจบบล๊อกไปอย่างสั้นๆแค่นี้ค่ะ อาทิตย์หน้ายุ่งมาก วันพฤหัสบดีไปกรุงเทพ เสาร์-อาทิตย์ ไปเพชรบุรี

Wednesday, 9 January 2013

Miscellaneous 35


เย้ ได้ฤกษ์ปั่นบล๊อกที่สองของปีนี้ ตอนแรกคิดไว้ว่าจะเขียนวันอาทิตย์แต่เผอิญว่าวันอาทิตย์นี้ จขบ มีนัดไปทานข้าวกับสาวๆ หุหุ ไปทานข้าวกับเพื่อนค่ะ มีแต่สาวเพราะเป็นเพื่อนสมัยมัธยมค่ะ ช่วงนี้ดูคิวแล้ว (ใช้คำว่าคิวจะได้ดูเหมือนคิวทอง LOL) เสาร์-อาทิตย์ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ งานราษฎร์งานหลวงมีเกือบทุกอาทิตย์เลย อาทิตย์หน้าก็ไปนครปฐม อาทิตย์ต่อไปก็ไป กทม เดือนกุมภาช่วงตรุษจีนก็ไปนอนชะอำหนึ่งคืน ขอบ่นนิดนึงที่พักชะอำหายากจัง อยากได้ที่ดีๆก็เลยไปทางหัวหินซะส่วนมาก จะไปพักวีรันดาก็นะไม่คุ้มเพราะเข้าที่พักเย็นเช้าก็เช็คเอ้าท์แต่เช้าเลย บ่นๆ เข้าอ่านบล๊อกนี้ทำใจนิดนึงนะคะ
คราวนี้มาเรื่องรวมๆอีกแล้วที่เขียนเรื่องแบบนี้เพราะไม่ต้องหาข้อมูลมากค่ะ ใช้เวลาเขียนไม่นาน ปั่นแป๊ปเดียวก็มีเรื่องมาคุยกันแล้ว

1.รายการ Blind Date ทาง ThaiPBS
เนื่องด้วยข่าวเช้าทางช่องนี้ย้ายเวลาไปเป็น9.00 น. แล้วเขาก็เอารายการต่างๆมาซึ่งส่วนมากจะเป็นการรีรัน เราเลยมีโอกาสดูรายการนี้เพราะพี่ที่ออฟฟิศเปิดช่องนี้ปกติดูแต่เนชั่นตอนเช้า แล้วเราได้ดูค่ะดีมากๆเลย รายการจะเกี่ยวกับให้คนตาดีไปทำกิจกรรมกับคนพิการทางสายตาค่ะ เราเคยดูผ่านๆก่อนที่จะมีเวลานี้รู้สึกว่าจะเป็นช่วงเรานั่งทานข้าวกลางวันนานพอสมควรแล้ว เป็นตอนที่พิธีกร 3 เทย จาก เทยเที่ยวไทย ไปเที่ยวกับคนพิการทางสายตาท่านหนึ่ง แต่ตอนที่เราเพิ่งดูเป็นตอนที่คนพิการทางสายตาท่านหนึ่งเปิดโรงงานทำโต๊ะไม้ (โต๊ะแบบตามสถานศึกษาที่มีที่นั่งสองฝั่งติดกับโต๊ะเลย) ดูแล้วประทับใจมากเขาเก่งกันจริงๆ เจ้าของโรงงานเขาบอกแล้วอยากให้คนซื้อโต๊ะเขาเพราะชอบที่คุณภาพไม่ใช่เพราะความสงสาร


*จขบ เป็นหน้าม้าช่องนี้ค่ะ เพราะดูแต่ช่องนี้ยิ่งช่วงนี้เขาชวนกันไม่ดูช่อง3 ด้วยแล้ว เราไม่มีผลกระทบเลยปกติไม่ดูช่อง3 อยู่แล้ว ดีนะ The Voice จบไปแล้ว ฮาฮาฮา เราให้น้องที่บ้านดูรายการ พื้นที่ชีวิต ตอนที่พาไปบ้านแอน แฟรงค์ ด้วย ปลูกฝังให้เด็กดูอะไรอย่างนี้บ้างไม่ใช่ดูแต่ละครจับผู้ชาย เพราะประเทศนี้ละครประเภทมีสาระฉายไม่ได้ ;-)

2.ทะเลดาว
ไม่ทราบว่าใครเคยอ่านนิยายเรื่องนี้ใน ชุมชนนักเขียน/นักอ่าน กันไหมคะ เราเพิ่งเปิดไปเจอเมื่อวันหยุดที่ผ่านมาก็ติดตามอ่านมาเรื่อยๆจนหมดทุกตอน อ่านแล้วชอบนะคะเขียนเรื่อยๆ ภาษาก็ไม่วิบัติอาจจะมีการสะกดคำผิดบ้าง แนะนำให้อ่านค่ะ เราไม่ได้ติดตามนิยายเรื่องอะไรเลยเพราะขี้เกียจบางเรื่องคนแต่งก็ไม่เอามาลงซะที แต่ยังดีที่อ่านฟรีเลยไม่คิดอะไร ส่วนไอ้ที่เสียเงินจองแล้วยังไม่ได้เนี้ย เซ็ง แถมไม่มีอะไรส่งข่าวมาเลยแต่เวลาจะให้โอนนะ หึหึ ไม่อยากบ่น


3. ขนมเปี๊ยะครูสมทรง
ไม่ทราบว่ามีใครชอบทานขนมเปี๊ยะบ้างไหม เนื่องจากวันนี้มีคนให้มายืนยันว่าอร่อยมาก อร่อยจริงค่ะ แต่สำหรับเราของครูสมทรง ที่บางเลน นครปฐม อร่อยที่สุดแป้งจะนุ่มนวลใส่ก็อร่อยไม่หวานเกินไป เราทานแต่ใส้ถั่วไข่เค็มนะคะ แนะนำนะคะบางคนไปเจอคนที่เอามาขายต่อราคาอาจจะแพงบางทีเราก็ซื้อนะคะเพราะถูกกว่าไปซื้อเองแต่เสียดายที่แถวบ้านไม่มีขายต้องฝากคนซื้อมาให้จากบางเลนเท่านั้น

Wednesday, 2 January 2013

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖/ HAPPY NEW YEAR 2013


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖ ค่ะ หลังจากผ่านพ้นเทศกาลวันหยุดยาวที่ทำให้รถติด แถมมีอุบัติเหต อีกมากมาย ก็หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับช่วงหยุดยาวที่ผ่านมาและพร้อมที่จะเผชิญสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาในชีวิตนะคะ จขบ ตอนแรกว่าจะไปเดินเล่นที่กรุงเทพแล้วก็ไม่ได้ไป แถมยังมีการจำใจไปหัวหินมาแบบเช้าไปเย็นกลับด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ลงเล่นน้ำทะเลอะไรนะคะยินดีที่จะเป็นคนนั่งเฝ้าของมากกว่าค่ะ ปีใหม่ทั้งทีก็คิดว่าจะเขียนบล๊อกตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่มีเรื่องทำให้ต้องยุ่งตอนเช้าถึงเกือบเที่ยง ตอนบ่ายก็เลยพักผ่อนเลยไม่ได้เขียนอะไรเลย ความจริงคิดไว้ว่ามีเรื่องจะมาเขียนในบล๊อกนะคะ แต่ก็บล๊อกแรกของปีทั้งทีเลยอยากจะเขียนเรื่องที่อ่านแล้วยิ้ม ขำ ฮา หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่เรื่องเครียด หรือ บ่น เพราะจะเป็นการบ่นประเดิมเลย

1.Elisabeth Shue
หลังจากห่างหาย CSI:Vegas ปีใหม่ๆมาพอควรเลยเพิ่งเจอว่ามี Elisabeth มาเป็นนักแสดงด้วย ผู้อ่านบล๊อกนี้น่าจะจำเธอได้นะคะจำไม่ได้เธอคือ นักแสดงจากเรื่อง Adventures in Babysitting, Cocktail และ Back to the future part I กับ II  สวยเนอะ

2.Yarinda’s wedding
จริงๆว่ามีข่าวว่าเธอกับแฟนหนุ่มจะแต่งงานหรือแต่งงานกันมาน๊านนานแล้ว พร้อมทั้งเธอกับแฟนก็น่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมานาพอควรแล้วนะ การแต่งงานของเธอเป็นเรื่องน่ายินดี ยิ่งตัดผมสั้นเธอยิ่งเท่แถมงานยังดูเรียบง่ายคลาสสิค ชอบงานแต่งงานแบบนี้มากกว่างานแต่งหรูๆตามโรงแรมดังๆซะอีก


3.นิทานเวตาล
หนังสือเล่มนี้อยู่ในลิสที่จะไปซื้อมาอ่านค่ะ เล่มนี้ไม่เหมือนสมัยที่ต้องอ่านตอนเรียนมัธยมนะคะตอนนั้นจะมีไม่ครบทุกเรื่อง เล่มนี้มีครบ 25 เรื่อง เลยค่ะ คิดว่าจะไปซื้อมาพร้อมแบ่งให้น้องที่กำลังเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบเข้าม.๑ อ่านด้วยค่ะ ถือว่าเป็นการติววิชาภาษาไทยไปในตัวค่ะ ปีนี้มีใครวางแผนจะอ่านหนังสืออะไรกันบ้างหรือเปล่าคะ 

4.John Legend
พอดีเมื่อวานนั่งฟังเพลงของตา John แล้วค้นพบว่าทำไมแกถึงไม่ดังเปรี้ยงปร้างนะ เราออกจะชอบเสียงและเพลงแก แต่งเพลงเองอีกต่างหาก บางท่านอาจจะเคยฟังเพลง Save Room มาบ้างแต่เพลงที่เราชอบไม่แพ้กันเลยคือเพลง Each Day Gets Better


5.สองพี่น้องจุฑานุกาล
ไม่รู้ว่าใครเคยได้ติดตามข่าวกีฬากอล์ฟบ้างไหมคะ สองสาวนี้คือ โม-โมรียา กับ เม-เอรียา ได้ตั่วเข้าแข่งขันรายการ LPGA สำหรับคนพี่ และ Lady European Tour สำหรับคนน้อง คนเก่งเราต้องสนับสนุน ต้องคาระวะในการทุ่มเทของครอบครัว ขายร้านกอล์ฟ ขายรถ ขายบ้าน เพื่อให้ลูกสาวสองคนไปสานฝันที่จะเป็นมือ 1 ใน 10 ของโลก โดยส่วนตัวเคยตามข่าวคราวของสองพี่น้องมานานแล้วตั้งแต่ เม คนน้องได้เข้าแข่งกอล์ฟ LPGA ที่จัดที่ชลบุรีตั้งแต่อายุ13เกือบ14 มั้ง เห็นแล้วก็ได้แต่หวังว่าเธอทั้งสองคนจะประสบความสำเร็จในการเล่นอาชีพ เพราะรางวัลต่างๆที่ได้มาจากตอนเป็นนักกอล์ฟสมัครเล่นนั้นมันไม่ได้การันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จ ยังจำตอนที่โปรอุ๋ย วิรดา นิราพาธพงศ์พร ได้แชมป์กอล์ฟสมัครเล่นได้เลยแบบดีใจไปกลับเธอลุ้นให้เธอทำได้ดีใน LPGA แต่เธอก็ทำไม่ได้จนเธอเหนื่อยจึงหยุดตัวเองกลับมาอยู่เมืองไทย เลยขอเอาใจช่วยให้ โม และ เม ติดหนึ่งในสิบของโลกได้อย่างที่หวัง 

Wednesday, 12 December 2012

Series เก่าที่ดูอยู่ค่ะ


มาอัพบล๊อกกันอีกครั้งค่ะหลังจากนี้ก็คงหยุดยาวไปประมาณหลังคริสต์มาส ก่อนปีใหม่ค่ะ เพราะปีใหม่คงไม่ไปไหนนะคะ วนๆเวียนนอนเล่น อ่านหนังสือ เล่นเนตที่บ้านค่ะ ไม่ก็อาจจะเจอเพื่อนที่กรุงเทพบ้างค่ะ เมื่อคืนก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องอะไรนะ เพลงละครเหรอก็ยังขี้เกียจเบื่อๆ เลยมาเขียนเรื่องสั้นๆถึงซีรี่ย์ ที่ดูอยู่ค่ะ แต่ไม่ใช่เป็นปีที่ใหม่อะไรมากนะคะเพราะเราดูจากช่อง Fox เอามาฉายเลยมีโอกาสได้ดูปีเก่าๆหลายเรื่องแถมดูแล้วสนุกด้วย ติดมากมาย

ก่อนที่จะเขียนเรื่องซีรี่ย์ที่ดูเพื่อไม่ให้บล๊อกนี้สั้นเกินไปเลยอยากบอกว่าเวบ Afterellen เปิดทำการโหวต 2012 Visibility Awards แล้วนะคะเผื่อมีคนสนใจเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยได้เข้าไปอ่านเวบนี้เท่าไร เลยค่อนข้างตกข่าวทางด้านอะไรดัง up to date หนัง ซีรี่ย์ ดารา นักร้อง หนังสือ แถมตอนนี้ไม่ได้บ้าอะไรเป็นพิเศษด้วย เมื่อก่อนบ้า Gro กับ Katja เนี้ย ก่อนที่เขาจะมี fanforum นะเข้าไปตลอด คุยกับคนเยอะดี รู้สึกภาษาอังกฤษแข็งแรง ตอนนี้ไม่ได้อ่าน ไม่ได้เขียนตอบโต้กับใครเป็นภาษาอังกฤษเท่าไร ก็เหมือนเขียนภาษาไทยนั่นแหละ เด็กสมัยนี้เขียนผิดไปทำข้อสิบก็ผิด เพราะใช้ผิดมาตลอด เช่นคำว่า เดี๋ยว เป็น เด๋ว เป็นเด็กที่บ้านโดนสั่งคัดลายมือแน่ๆเลยค่ะ
ก่อนจะออกทะเลไปมากกว่านี้ ใครสนใจไปโหวตที่ Afterellen ไปโหวตเลยนะคะ มีหลายหัวข้ออย่างหัวข้อหนังเราโหวตให้ Kyss Mig ไปค่ะ นักดนตรีก็ Heather Peace

มาเข้าเรื่องซีรี่ย์กันดีกว่า

1.Criminal Minds
ตอนนี้เรื่องนี้ยังไม่ได้ลาจอไปนะคะ ที่อเมริกาตอนนี้ฉายปี8 อยู่ค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ร้ายค่ะ ดูไปมันจะเครียดกว่าพวกหนังไขคดีฆาตรกรรมอย่าง CSI นะคะ แถมดูแล้วลุ้นว่าจะหยุดผู้ร้ายได้เมื่อไหร่ มีคนบอกว่าดูมากๆอาจถึงขั้นสังเกตพฤติกรรมเพื่อน คนรู้จัก คนรอบข้าง คนบนรถสาธารณะ ว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือไม่ ดูๆไปออกแนวโรคจิต ฮาฮาฮา แต่เรายังไม่ถึงขนาดนั้นนะคะ เราดูแล้วก็จบๆไป ไม่ได้ชอบกรี๊ดกร๊าดตัวละครไหนเป็นพิเศษค่ะ

2.Medium
ส่วนเรื่องนี้ได้ลาจอเป็นการถาวรไปเรียบร้อยแล้วนะคะ โดยส่วนตัวไม่เคยดูมาก่อนเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่สื่อกับวิญญาณได้ เลยมาช่วยไขคดี แถมมีลูกสาวสามคนแต่ละคนสื่อกับวิญญาณได้หมดเลยค่ะ เรื่องนี้คือแบบดูไปก็ลุ้นไปนิดๆว่าที่ฝัน เห็น ได้ยิน จะช่วยคลี่คลายคดีได้ไหมก็สนุกดีนะคะ ดีกว่าไม่มีอะไรดู ฮาฮาฮา

3.NCIS
โดยปกติก็เคยดู NCIS มาบ้างอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ติดตามตลอด แต่คราวนี้ดูตลอด แถมมี Back to back ให้ดู 2 ตอนรวดด้วยสนุกดี ดูจนเออ Ziva สวยดีแถมตอนนี้ช่อง Fox โฆษณา seasonใหม่ สรุปว่าเพลงเพราะดีด้วย ดูไปแถมบางตอนมีเพลงประกอบแล้วชอบก็ไปหาว่าเพลงอะไรนะ หาฟังเอาตาม youtube

จบไปง่ายแค่นี้นะคะ จขบ ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วค่ะ จบแบบห้วนๆตามนิสัยปกติ