Showing posts with label นิยายเลส. Show all posts
Showing posts with label นิยายเลส. Show all posts

Monday, 18 December 2017

Perfect โดย คิลิน

บล็อกส่งท้ายปีมาพร้อมกับอากาศเย็นที่ทุกคนพร้อมจะ ฮัม “ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา
คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร” มาอ่านนิยายหนาวแต่อุ่นๆ ขมปนหวานกันบ้าง จะบอกว่านิยายเรื่องนี้ทำให้ใจคนอ่านอุ่นไหม เราคิดว่าไม่มากแต่ก็ไม่น้อย นิยายทำให้มองโลกความจริงและก้าวผ่านแม้จะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ทุกคนมีความทุกข์ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะช่วงไหนแต่มันจะผ่านพ้นไป ซึ่งเราจะต้องทำตัวเองให้ก้าวผ่านความระทมนั้นเองด้วย

จะไม่รีวิวนิยายอะไรแต่ขอแนะนำเพลงประกอบการอ่านแทน คิลิน แนะนำในเล่มไปแล้ว ส่วนเราแนะนำส่วนตัวพอดี Ed เพิ่งออกเพลงนี้ร้องคู่กับ Andrea Bocelli เราว่ามันเข้ากับบรรยากาศของเนื้อเรื่อง Perfect Symphony


ส่วนอีกเพลงเป็นเพลงไทยใช่ค่ะเพลงไทยเนื้อเรื่องอาจจะ White Christmas ไม่ใช่ Burning Hot Christmas แบบกรุงเทพ แม้ตอนนี้อากาศจะเย็นสบาย เพลงนี้เราว่ามันได้ Stay ปาล์มมี่


ส่วนถ้าใครอยากได้บรรยากาศแบบเปิดคลอไปตั้งแต่เริ่มแรกจนจบแนะนำ เลือก
playlist ของนักร้องเช่น Nat King Cole หรือ Michel Bublé เข้ามาก ยิ่งอากาศแบบนี้ อ่านนิยายจบแล้ว เพลงอาจจะเล่นไปไม่ถึงครึ่งลิสต์ แนะนำอ่านซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดอีกรอบ

เมื่ออ่านถึงหน้าสุดท้ายคุณต้องได้อะไรไปบ้าง ความสุข รอยยิ้ม ความทรงจำ แม้แต่เพลงที่ไม่เคยรู้จัก หรือไม่เคยคิดจะฟัง ส่วนเราได้อะไรจากนิยายเรื่องนี้
“ฉันเกิดไม่ทันพระเจ้า ไม่รู้หรอกว่าท่านแอนตี้จริงหรือเปล่า หรือคนเราเอามาตีความไปกันเอง”
ประโยคข้างบนนั้นใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องเพศ การเมือง ครอบครัว ศาสนา ไม่ว่าอะไรอย่าตีความไปกันเอง อย่าไปคิดแทนคนอื่น

ส่วนคนที่ยังไม่ได้อ่าน Perfect แล้วหลงเข้ามาเจอบล็อกนี้ก่อนอยากรู้ว่าควรอ่านไหม จบดีหรือเปล่าเราตอบให้ประมาณนี้ค่ะ เมื่อวานอ่านทวิตเจอ “ในทางพุทธความสุขนั้นไม่มีตัวตน มีแค่ช่วงที่มีความทุกข์น้อย” ฉะนั้นนิยายนี้จบแบบทุกข์น้อยอ่านแล้วยิ้มค่ะ


ปล.บล็อกสั้นตามขนาดความยาวของนิยายค่ะ 

Thursday, 30 November 2017

สนใจอ่านนิยายภาษาอังกฤษกันบ้างไหมคะ


จริงๆเราอ่านนิยายยูริภาษาอังกฤษมาก่อนอ่านนิยายยูริไทยซะอีก เพราะเมื่อก่อนมันหาง่ายกว่าเยอะ แต่ก็หยุดๆไปบ้างเพราะไม่มีเวลา อยากแนะนำให้อ่านเพื่อพัฒนาความสามารถ อ่านเรื่องที่ชอบใช้ศัพท์ไม่ยากเกินไปจะได้ไม่เบื่อ ส่วนตัวที่จะแนะนำให้สักไม่กี่เรื่อง เป็นนิยายฟรีตามบอร์ด เหมือนอ่าน comeon อะไรแบบนั้นอะค่ะ ขอเตือนว่ามันมีโฆษณาล่อแหลมพอควรระวังเปิดอ่านในที่ผู้คนสามารถมองเห็นว่าเราอ่านอะไรนะคะ
นิยายที่แนะนำมาจาก literotica น่าจะมีแบบทุกประเภท ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า erotic ฉากบรรยายนั้นมีตั้งแต่พอหอมปากหอมคอจนไปถึงแกจะมีอะไรเยอะแยะวะ ฮาฮาฮา ส่วนตัวจะเลือกนิยายอ่านจาก section Hall of Fame นิยายที่คนอ่านโหวตว่าดี และเลือกต่อไปจากชื่อนักเขียนว่ามีเรื่องอื่นที่สนใจไหม ส่วนมาถ้าชอบนิยายของนักเขียนคนไหนกดไปอ่านเรื่องอื่นมักจะไม่ผิดหวังนะคะ นิยายจะมีแบบ sequel และแบบตอนเดียวจบ แต่ตอนเดียวจบนี่ก็หลายหน้ามีตั้งแต่ 4 หน้าไปถึง 20 หน้าก็มีค่ะ แถมมันคือนิยายที่ไม่ได้อะไรมาก อย่าหวังอะไรกับพลอตที่ดีแบบนิยายเป็นเล่มๆนะคะ ส่วนใครคิดจะซื้อนิยายอ่านใน Kindle ไว้จะมาแนะนำโอกาสต่อไปถ้าคนเขียนไม่ขี้เกียจซะก่อน ส่วนตัวคิดว่าใครที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเท่าไรควรอ่านเรื่องที่ใช้ภาษาไม่ยากไปนะคะ จำนวนหน้าไม่เยอะจะได้ไม่เบื่อถอดใจไปซะก่อน
ส่วนเรื่องที่อยากแนะนำให้ลองอ่าน บางเรื่องมีตอนต่อกดไปอ่านกันเองนะคะ
Home โดย Han_cg
The Watcher โดย LiveCat
Lovers Without Realizing It โดย RedEmerald
Cotton Candy โดย Deceptivedomain

ลองอ่านกันดูนะคะ ช่วงนี้นิยายยูริไทยไม่ค่อยมี อ่านภาษาอังกฤษฟรีไปก่อน

Sunday, 25 June 2017

Sweet Island อลหม่านรักบานฉ่ำ โดย บินละเว/binlaway

สวัสดีหายหน้าไปร่วม 3 เดือน แล้วอยากกลับมาอัพบล็อกบ้างอะไรบ้าง นิยายก็ยังอ่านอยู่แม้จะไม่ได้เยอะเหมือนเมื่อก่อน สงสัยถึงจุดอิ่มตัว เริ่มอ่านของ KTY กับ THEK34 ไม่สนุกเหมือนก่อน ยิ่งของ KTY แนวเรื่องสำหรับเรามันซ้ำๆยังไงไม่รู้ จริงๆเราอาจจะเรื่องมากเองก็เป็นได้ ไปๆมาๆเราชอบพี่พริ้งที่สุดแม้มันจะมีช่วงแบบไรวะอย่างงี้ก็ได้เหรอ แต่อ่านแล้วหลงรักความครีเอทของคนเขียน
เกริ่นเรื่องอื่นเสียนานจริงๆวันนี้ว่าจะเขียนถึงนิยายที่ได้อ่าน มีไว้ในใจ 2 เรื่องคือ Nothing Love กว่าจะรัก ของ คิลิน จริงๆเป็นอีกนามปากกาหนึ่ง กับเรื่องนี้แหละที่จะเขียนถึง Sweet Island อลหม่านรักบานฉ่ำ (คนเขียนคงเป็นแฟนจูเลีย โรเบิร์ต) และที่ตัดสินใจเขียนถึง Sweet Island ก่อนเพราะนิยายเพิ่งขายใน MEB เราเพิ่งอ่านจบ ส่วน Nothing Love อ่านจบไปสักพักถ้าจะเขียนถึงคงต้องย้อนอ่านใหม่สักรอบ และเห็นว่านิยายเรื่องนี้มีดราม่าเล็กๆกรณีทำไมนักเขียนเอาลง MEB ก่อนหนังสือออกเป็นเล่ม ส่วนตัวไม่ได้อ่านดราม่าเองและคนที่เล่าให้ฟังบอกว่าคุณนักเขียนตอบดี เราเลยอยากแชร์มุมมองทำไมการเอาหนังสือลงขายใน MEB ก่อนถึงดีกว่า ในกรณีก่อนสั่งพิมพ์เล่มและเปิดจอง 1.ต่อให้ตรวจคำผิดดีแค่ไหนก็ยังคงมีคำผิดโผล่มาเรื่อยๆ ลง MEB จะมีนักอ่านช่วยอ่านและแอบกระซิบบอกนักเขียนให้แก้ และอัพเดตแก้ไขได้ทันก่อนส่งพิมพ์เล่ม คนซื้อเป็นเล่มอยากได้หนังสือพิมพ์ผิดๆหรือคะ? 2.หลายคนอ่าน MEB ถ้าชอบมากเขาจะซื้อเล่มด้วยค่ะ โดยปกตินักอ่านจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มชัดเจนคือคนที่อ่านแบบ ebook กับคนที่ชอบหนังสือ ส่วนคนที่ซื้อทั้ง 2 แบบเป็นส่วนน้อยค่ะ อีกอย่างเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแรกที่นักเขียนเอาหนังสือลงขายใน MEB ซึ่งคงไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ MEB เอานิยายลงเร็วมากวันเดียวก็ลงแล้วในกรณี android กับ WP นะคะส่วน iPhone รอไปค่ะ ที่ออกมาพูดไม่ใช่อะไรคนอ่านบล็อกก็คงไม่เยอะ แต่แบบชีวิตนี้จะดราม่าอะไรกันนักหนา ชอบก็ซื้อ ไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อ เราก็ดราม่านะแบบไม่ถูกใจแต่เราก็บ่นในที่ของเราครั้งเดียวจบ ไม่มาลากยาวอะไร นักเขียนนิยายแนวนี้ก็น้อยจะตายยิ่งเขียนดีๆ นับมือเดียวก็หมด คนอ่านร้อยพันคนเขาคงเอาใจได้ไม่หมดทุกคนหรอกค่ะ อะบ่นจบเดี๋ยวจะได้เรื่องเขียนถึงนิยายละ
เรื่องนี้เป็นเรื่องของสาวสวย เจ้าของโรงแรมที่เข็ดกับความรักเพราะรักแรกที่คิดจะจริงจังโดนอำนาจเงินของคนเป็นพ่อผู้ไม่ปลื้มกับการที่ลูกสาวเป็นหญิงรักหญิงทำให้เผยธาตุแท้ออกมา “วิชิตา” ในตอนนี้จึงมีแค่คู่ควง จะเรียกว่า friends with benefit ก็ไม่ได้เพราะ พี่ตาเธอไม่นับว่าเป็นเพื่อน ส่วนอีกหนึ่งสาวเป็นเพื่อนน้องสาวที่ วิชิตา จำไม่ได้แต่ “มิเรอิ” หลงรักพี่สาวเพื่อนข้างเดียวอย่างหัวปักหัวปำมาตลอด 4 ปี ทั้งๆที่เธอมีดีใครก็อยากได้เธอเป็นแฟน

Sweet Island นิยายที่ โรแมนติกคอมเมดี้ เหมาะแก่การทำเป็นละครมาก คือนิยายที่อ่านเพื่อความบันเทิงอ่านไปยิ้มไป อ่านแล้วหลงรักความเท่ ความเฉยชา ของมิเรอิ ทั้งยังหลงรักความเป็นคนเก่งของ พี่ตา น่าจะเป็นที่หลงใหลคนที่ชอบสาว working woman เก่ง สวย และรวยมาก อ่านนิยายเรื่องนี้เหมือนอ่านนิยายแจ่มใสที่เตรียมไปทำละครช่อง 3 มัน cheesy แต่ก็สนุก ภาษาสวยบรรยายเยี่ยม ปกติเราไม่ชอบนิยายละครนะคะ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยูริต้องมีค่ะ ไม่ใช่นิยายเด็กๆแต่งอย่างในคัมออน คือเรารู้ว่าจะต้องรักกันนั่นแหละแต่ปมดราม่าเขียนได้ไม่ละเอียดเท่า บินละเว เขียนทำให้เราหลงรักตัวละคร คุณอาจจะไม่รักพี่ตา หรือ เร แต่อาจจะไปรอเรื่องของ วีร์, ชิริน, พี่ปัณ ไม่ก็บุลิน ก็ได้ ต้องมีสักคนแหละที่คุณถูกชะตาและอยากอ่านเรื่องต่อ แถมตอนจบเปิดปมเรื่องของบุลินไว้อย่างน่าสนใจ นี่อยากอ่านเรื่องของพี่ลินมากกว่าพี่ปัณซะแล้ว ดูเป็นตัวละครที่มีมิมากกว่า

อวยจบ ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบอะเหรอ อะไรดียังนึกไม่ออกเนื่องจากเราไม่ได้คาดหวังกับปมเรื่องอะไรมาก เราอ่านเพื่อความบันเทิงและนิยายเรื่องนี้ตอบโจทย์เราแล้ว อ่านแล้วให้feel การได้อ่านนิยายเบาสมอง นิยายแบบนี้น่าจะขายดีนะคะ เชียร์กันแบบไม่ได้รู้จักคนเขียนเป็นการส่วนตัว เชียร์แล้วอยากไปบอกหลายคนว่าเฮ้ย สำหรับเรามันสนุกกว่านิยายที่ยอดขายถล่มทะลายอย่าง US รสนิยมใครรสนิยมมันอะนะ นี่บล็อกเรา เราจะเขียนยังไงก็ได้ เข้าใจตรงกันเนอะ

ดูบล็อกนี้โล้นๆ เลยเอาเพลงมาโพส ตอนนี้ชอบเพลงนี้ รักเสียงน้อง
Troye


Sunday, 8 January 2017

นึกหรือว่าไม่รัก โดย เพ็น พัชร


บล็อกที่สองของปีมาแบบไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่ได้มีโอกาสอ่านนิยายเรื่องนี้ในเด็กดี จริงๆคือเห็นเปิดเรื่องไว้ตั้งนานแล้วแต่เกริ่นว่าเรื่องของทอม มันทำให้นักอ่านนิยายยูริแบบเราไม่สนใจ ภาพทอมผมสั้นเกรียนไถสูงสักเต็มตัวมีผ้ารัดหน้าอกพูดครับตลอดเวลามันใช้ภาษาไทยว่าอะไรดีภาษาอังกฤษคือ
put me off แต่พอได้อ่านเมื่อปลายปีอ่านแล้วชอบคิดว่าจะซื้อพอดีกดเข้าไปใน Meb หนังสือขึ้นมาตรงหนังสือใหม่พอดีเลยกดซื้อมาแบบไม่ลังเลใจ

เรื่องย่อ
“เรื่องราวของสองเพื่อนซี้สมัยเรียน ที่จู่ๆ ก็เกิดจะปิ๊งและไม่อยากเป็นแค่เพื่อนแล้ว... เรื่องมันน่าจะง่ายถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่ทอม

"ฉันชอบผู้หญิงสวย แต่แกมันหล่ออ่ะ"

.............. ..........

เป็นแฟนฉันมันดูแย่หรือไง

เป็นเพื่อนดีกว่า...เชื่อฉันสิ

เพื่อนที่ไหนเอากันแบบนี้

" แกก็อย่าทำแบบนี้กับฉันสิ"

"ก็...ฉันรักแก " ”

เนื้อหาต่อไปจะมีกล่าวถึงจุดสำคัญของเรื่องฉะนั้นแนะนำว่าอย่าอ่านต่อ แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากกับการเนื้อหาเหล่านี้อ่านต่อเลยค่ะ

เราได้อ่านนิยายของเพ็น พัชร มาหลายเรื่องอุดหนุนเกือบทุกเรื่องยกเว้น ปลายทางของใบไม้ และเรื่องที่เราชอบที่สุดคนเขียนยังปล่อยค้างเติ่งไว้ที่เด็กดี ซึ่งเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราชอบภาษามากที่สุดแล้วด้วย ถ้านักเขียนหรือใครที่รู้จักนักเขียนได้บังเอิญเข้ามาอ่าน กรุณาไปบอกทีว่าอยากอ่านเรื่องของคู่แฝดต่อค่ะ กรุณามาเขียนให้จบด้วย ฮาฮา มาเข้าเรื่องดีกว่าด้วยธรรมชาติการใช้ภาษาของ เพ็น พัชร เท่าที่เราอ่านมาตั้งแต่ซันนี่2 บันทึกช่วยจีบ และแฟนเก็บ เราว่าคุณคนเขียนใช้ภาษาดีคือเขียนไม่ผิดเล่าเรื่องได้น่าติดตาม อ่านไม่งง แต่มันมีความดิบของภาษาที่เรา(อาจจะแค่เราคนเดียว)ไม่ชอบ อย่างฉากเรตกิจกรรมบนเตียงของเอ้กับวิน อ่านแล้วเรารู้สึกว่ามันไม่สมูทมันดิบมันไม่สวยงาม ยอมรับว่าคนอ่านเรื่องมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้หมายความว่าเขาเขียนไม่ดีแต่มันไม่ถูกจริต
ส่วนใครจะอ่านนิยายเรื่องนี้ของ เพ็น พัชร แล้วชอบสำหรับเรา คนอ่านต้องเป็นผู้ใหญ่ระดับหนึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมาบ้าง ถึงเชื่อมต่อและเข้าใจสิ่งที่นักเขียนเขียนออกมา อย่างเช่น เราผู้เรียนโรงเรียนหญิงล้วน เกิดมาในครอบครัวคนจีน เรายังสนิมสนมกับเพื่อนสมัยมัธยมมากที่สุด เราเคยพบเห็นทอมคล้ายกลุ่มหมวยบ้ามาบ้างในชีวิต ย้ำว่าคล้ายๆนะคะ เราเชื่อว่าเพื่อนร่วมรุ่นเราต้องมีการใช้ภาษาแบบเอ้และผองเพื่อนกันแน่ แต่เพื่อนสนิทกลุ่มเราก็มีใช้บ้างเล็กน้อยแต่ไม่พร่ำเพรื่อ ยิ่งโตมานี่นับคำได้สิ่งที่ใช้กันมากคือฉัน เรา แก ข้า มากกว่า และยิ่งเรื่องบนเตียงในกลุ่มเพื่อนเรานี่คุยกันน้อยมาก อ้อ บรรดาเพื่อนที่แต่งงานเขาอาจจะไปคุยกันว่าต้องทำยังไงถึงจะติดลูก ส่วนกลุ่มสาวโสดไม่เคยพูดกันนะเราว่าบางทีมันสมควรเป็นเรื่องส่วนตัวเราเป็นคนไม่ชอบพูดรวมทั้งไม่ชอบฟังเรื่องกิจกรรมแบบนี้ด้วย ฮาฮา คนละกรณีกับการสอนการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์นะคะ
นิยายเรื่องนี้จริงๆไม่มีอะไรนะเราว่ามันคือการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรัก 2 คนว่าจะก้าวผ่านจากความเป็นเพื่อนไปได้ไหม คนหนึ่งกลัวว่าเลิกกันแล้วจะมองหน้ากันไม่ติด แต่การไม่ยอมรับเป็นแฟนแต่ยอมมีเซ็กด้วยคืออะไร? เราว่าวินต้องจัดการระบบความคิดตัวเองใหม่ วินแค่ไม่กล้ายอมรับเท่านั้น ส่วนเอ้ดูเป็นคนที่มั่นคงจริงจังกับความรักในครั้งนี้มากแต่หลายครั้งเราก็คิดว่าจะงี่เง่าอะไรขนาดนั้น แต่เรื่องที่น่างี่เง่าที่สุดคือเรื่องคุณครูนิ้ง ดันไม่งี่เง่า เออแปลกดี หรืออาจจะกลัวว่าวินจะเป็นแฟนนิ้งจริงๆ คือตามอายุในนิยายเอ้นี่น่าจะวัยเลขสามแล้วทำไมต้อง insecure ขนาดนั้น แต่เรารู้ว่ามีคนแบบนี้จริงๆว่ามีแฟนต้องป่าวประกาศ แค่ไม่เข้าใจ อาจจะด้วยที่เราพื้นฐานเป็นคนปัจเจกสูงมาก ส่วนคุณครูนิ้งเราว่าเรื่องมันดูไม่คลี่คลาย 100% แม้เด็กเปรมจะถูกส่งไปนิวซีแลนด์ (มีลูกหลานจะไม่ส่งไปเรียนที่นี่เหมือนที่รวมเด็กเหลือขอ ประสิทธิภาพการศึกษาก็ใช่ว่าจะดี เป็นเราจะส่งไปสิงคโปรแทน บินแป๊ปเดียวถึง มหาลัยก็เจ๋งจริง นี่เรากรอกหูให้เพื่อนส่งลูกไปเรียนสิงคโปรแทนส่งเข้านานาชาติที่ไทย) แต่คนที่ทำล่ะเด็กเจอะไรนั่น
ท้ายนี้ลองอ่านกันดูค่ะว่าชอบไม่ชอบอย่างไร ถ้าชอบก็อย่าลืมซื้อให้กำลังใจคนเขียน จะได้มีนิยายยูริหลากแนวมากขึ้น คนเขียนเยอะขึ้น


ปล.มีคนแนะนำเรื่อง US ของ เจ้าปลาน้อย ที่เด็กดีมาเห็นว่าเป็นนักเขียนที่ดัง มีหนังสือตีพิมพ์กับแจ่มใสหลายเล่ม แน่นอนเราไม่รู้จัก ฮาฮา แต่กด fav ไว้แล้ว ไว้จะลองอ่านดู ไม่แน่ถ้าเรื่องนี้ของเจ้าปลาน้อยเป็นที่นิยม แจ่มใสอาจจะเอาไปตีพิมพ์ พร้อมเปิดเซคชั่นยูริขึ้นมาก็ได้ บล็อกนี้ยาวอะ

Friday, 29 July 2016

รอรักเธอ Patricia's Tale : Diary of a Teddy Bear โดย KiliN



Happy Friday กันไหมคะศุกร์สิ้นเดือนแล้วรถคงติดมโหฬาร สุดสัปดาห์หลังเงินเดือนออกถ้าไม่อยากออกไปไหนแนะนำว่านอนอ่านนิยายอยู่ที่บ้านกันเถอะ น่าจะดีกว่าไปผจญรถติดนะคะ ตอนจบบล็อกที่แล้วเราบอกว่าจะมาเขียนเรื่องนิยายยูริ ในที่สุดก็ได้เขียนถึงนิยายจริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะได้เขียนถึงเล่มนี้เลยแต่ในเมื่อเมื่อวานบ่ายลงขายใน meb แล้วก็จัดไป นั่งอ่านรวดเดียวจบและคิดว่าสมควรเขียนถึงไม่ใช่อะไรถ้าไม่เขียนถึงก็คงเว้นระยะไปอีกพักใหญ่ตอนนี้มีภาระมาจากต่างประเทศ เราไม่ได้มีหน้าที่พาเที่ยวแต่อย่างไร เพียงแค่ต้องหาอะไรให้กินบ้างพาไปโน่นนี่บ้าง แล้วเป็นเด็กที่กินยากมาก อีกอย่างเสาร์-อาทิตย์นี้คงไม่มีเวลาเขียน การเป็นนักอ่านที่ดีเราก็ต้องเชียร์ให้นักอ่านด้วยกันรู้ว่ามีนิยายน่าสนใจ

นิยายที่จะเขียนถึงก็คงเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจาก “รอรักเธอ Patricia's Tale : Diary of a Teddy Bear ฝีมือการเขียนของนักเขียนที่จัดว่าเขียนนิยายเร็วที่สุดคนหนึ่งของวงการนิยายยูริไทย คุณ KiliN จะเรียกพี่/น้อง ก็ตามศรัทธากันเลย นักเขียนที่จัดว่าเอาใจนักอ่านและนักอ่านเข้าถึง ขออะไรไปนักเขียนมักจะจัดให้ แต่ขออะไรก็เกรงใจความเป็นส่วนตัวกันนิดนะคะ ทุกๆคนต้องมีพื้นที่ส่วนตัวเนอะ (นี่พูดถึงทุกๆคนนะคะไม่ใช่เฉพาะคิลิน) กลับมาๆพล่ามอะไรเยอะแยะโปรดเข้าใจวัย จขบ

เรื่องย่อ
ให้พูดถึงแพมมี่หรือ...ไม่เอาล่ะ พูดถึงตัวฉันเองดีกว่า
...
ไม่ได้หรือ... ถ้าอย่างนั้นก็เอาแบบง่ายๆ เลยนะ...
แพมมี่เป็นของฉัน...จอ บอ จบ
...
ไม่สิ ไม่ใช้คำว่ารัก แพมมี่ไม่ชอบให้ฉันใช้คำง่ายๆ เกลื่อนๆ แบบนั้น
เพราะไม่ว่ามันจะเป็นเวลากี่วัน กี่เดือน กี่ปี
กี่แสนวินาทีที่เราเฝ้าดูแลใครสักคนหนึ่ง อยากจะกอดรัดฟัดเหนี่ยว
อยากจะหอมแก้มตอนหงุดหงิดใส่กันนั่นให้ช้ำ ช้ำ ช้ำ
...
ก็แพมมี่ไง ฉันพูดถึงแพมมี่ทั้งหมดนั่นล่ะ เข้าใจยากตรงไหน?”
...
ให้เปรียบเทียบแทนงั้นหรือ ...
เอ่อ กำแพงสูงเท่าตึกเอ็มไพร์สเตท หน้าอกไซส์ดาวอังคาร
...
หมายถึงนิสัย...?
งั้นใจร้ายใจแข็ง น่ารักน่าปล้ำ...ได้ไหม?”
...
ฉันตอบผิดหรือ...?
ตกลงคุณถามว่าอะไรนะ?”

อ่านกันแล้วก็น่าจะเดากันออกว่าเป็นเรื่องของ แพทริเซีย นิยายอีกมุมจากแพทเป็นส่วนเติมเต็มของเล่ม “รอรักเธอ Pam's Story : You Don't Know Me” ฉะนั้นนิยายเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่อ่านเรื่องของแพมมี่มาแล้ว นิยายจะเฉลยในสิ่งที่ยังค้างคาติดค้างในใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ อย่างนู้น อย่างนั้น จากเล่มแพม ใครยังตัดสินใจว่าจะซื้อไหมก็บอกได้คำเดียวว่าซื้อเถอะมันทำให้นักอ่านอย่างเราจะใช้คำว่า completed ได้ 
ลำดับต่อไปใครยังไม่ได้อ่านหรืออ่านยังไม่จบก็กดปิดไปได้เลยค่ะเพราะจะเข้าหมวดเปิดเผยเนื้อเรื่องบางส่วน แต่ถ้ายังไม่ปิดแนะนำฟังเพลงค่ะ เพลงเพราะชอบเสียง หนู Olivia O'Brien มาก ยิ่งท่อน
I hate you I love you
I hate that I love you
Don't want to, but I can't put
Nobody else above you




ส่วนเพลงนี้เก่าแล้ว เพลงชื่อ Angel แต่เราว่าสำหรับคู่สร้างคู่ปัญหาอย่างแพทกับแพมนั้นน่าจะเปลี่ยนเป็นชื่อเพลงว่า Demon มากกว่า ฮาฮาฮา



เตือนครั้งสุดท้ายมีสปอล์ยแล้วนะคะ ไม่อยากอ่านกดปิดค่ะ 







เราว่านิยายเรื่องนี้สนุกเนื่องด้วยตัวแพทเองมีเรื่องให้เขียนเยอะ มีปม conflict ทำให้ผู้เขียนเสริมเติมแต่งออกมาได้สนุกทั้งเรื่อง ตัวเอง ครอบครัว และคนรัก และการอ่านเรื่องของแพททำให้ผู้อ่านอย่างเรารู้เหตุกับผลว่าทำไม แพทถึงปฏิบัติตัวอย่างในเล่มแพม
สิ่งที่เราชอบ
*คิลินไม่ได้บอกชื่อพ่อของแพท แต่ใช้คำว่า “ชายที่ชื่อพ่อ” มันบ่งบอกระดับความสัมพันธ์ได้ดี ความสัมพันธ์ของพ่อ-ลูกคู่นี้ไม่มีทางเหมือนคู่ไหน มันมีระยะห่างที่ไม่มีคนจะทำลายช่องว่างให้มาสนิทแนบแน่นไร้รอยต่อ
*เราเข้าถึงและเข้าใจความเป็นครอบครัวใหญ่ของคนเป็นพ่อ ว่าแก่ขนาดไหนแม้จะมีอากงหรือใครก็ตามอยู่พ่อก็ไม่สามารถทำอะไรได้เท่าไร ไม่รู้ว่าคนที่เกิดมาในครอบครัวเล็กๆจะเข้าใจอารมณ์นี้สักเท่าไรนะคะ
*เราชอบที่แพทกวน ดูเป็นคนที่ thoughtful แม้วิธีการจะน่ากระทืบไปบ้าง
*เราชอบบทตอนที่เชีย (เรียกพี่ไหมแล้วไม่คุ้น) คุยกับแพทคือจริงๆเธอชอบแพท แต่แพทกลับส่ง e-mail มาบอกว่าชอบสาวใหม่อีกแล้ว คนอะไรใจง่ายจริงๆ
*เราชอบฉากที่ เจนนิเฟอร์มาต่อว่าแพทที่หลุมศพราโมน่า เพราะมันต้องมีคนที่นิสัยกล่าวโทษคนอื่นแต่ไม่ได้หันมาดูเลยว่าลองคิดจะแก้ปัญหาบ้างหรือยังโทษทุกอย่างบนโลกแต่ลืมโทษตัวเอง
*เราชอบเนื้อหาโดยรวมอ่านแล้วไม่ได้ตะขิดตะขวงอะไร แถมยังชอบนิสัยแพมมี่มากขึ้นมันเหมือน relate กับตัวเองได้ (ว่าแต่นิสัยกวนของแพทนี่ relateกับตัวนักเขียนหรือเปล่าคะ หุหุ)

สิ่งที่เราไม่ชอบมีสิ่งเดียว ไม่ชอบแบบขำๆด้วย คือ ความมั่วของแพทค่ะ คือแพทนี่ดูตั้งใจมั่วไม่เหมือนพี่ทราย ข้อแก้ตัวของพี่ทรายคือความเมา ของแพทนี้ถึงจะบอกว่ามั่วแบบมีหลักการ แต่ก็คือมั่วอยู่ดีนะคะ

นักอ่านคนอื่นอ่านจบอาจจะมาเป็นทีมแพทกัน เรายังคงเป็น #ทีมแพม

ลาไปละค่ะ อ่านนิยายชอบไม่ชอบก็อย่าลืมไปทิ้งความเห็นไว้ใน meb ให้นักเขียนทราบ feedback กันบ้างนะคะ จะได้มีงานเขียนออกมาบ่อยๆ

Friday, 18 March 2016

อย่าโกรธฉันเลยแม่คุณ โดย คิลิน



อย่าโกรธฉันเลยแม่คุณ โดย คิลิน

นิยายเรื่องล่าสุดของนักเขียนนิยายยูริที่ฮอตที่สุดแห่งยุค เวอร์ไปไหม หุหุ เอาเป็นว่านิยายเรื่องล่าสุดที่เราซื้อละกัน ใครเป็นแฟนนิยายแนวนี้ความเห็นส่วนตัวคือไม่น่าพลาดนะคะ อาจจะไม่ใช่แนวที่คุณคิลินเคยเขียน ก็นะ ๓ เล่มก่อนหน้าเป็นเรื่องของ แพร นิกกี้ ทราย เชีย วนกันอยู่แค่สาวๆกลุ่มนี้จะให้เล่ม ๔ ถ้ายังวนอยู่กับกลุ่มนี้ก็จะเป็นการทำร้ายนักเขียนไป ถ้าเราเป็นนักเขียนจะถามว่าคุณคนอ่านคะไม่คิดจะอ่านนิยายใหม่ๆบ้างหรือ? คนเขียนเบื่อจะเขียนแล้ว (นี่เราเขียนเองนะ คิลิน ไม่ได้พูด เดี๋ยวจะเข้าใจผิด)

เรื่องนี้เป็นแนวย้อนยุคไปประมาณยุค ๑๙๕๐ (เราเดาเองนะ) จะเรียกว่าเป็นเรื่องของความรักและแผ่นดินก็ได้ ความเสียสละที่ต้องเลือกแผ่นดินที่ให้กำเนิดก่อนนึกถึงความรักส่วนตัว ถ้าพูดอย่างนี้จะทำให้คนไม่ชอบแนวนี้ไม่อ่านไหมนะ แต่ความรักแบบมีภาระแบบนี้ก็สนุกได้จริงๆนะ ลองคิดดูเหมือนตอนอ่าน “ในฝัน” ไม่ก็ “เสราดารัล” บ้านเมืองชื่อไม่คุ้นอ่านยากจำยาก แต่ความรักของตัวเอก ความสนุกของนิยายก็ทำให้นักอ่านติดกันงอมแงม “อย่าโกรธฉันเลยแม่คุณ” ก็เช่นกัน แล้วถ้าอ่านตอนต้นคิดว่ายังไม่ค่อยเข้าใจขอย้ำว่าอ่านไปเรื่อยๆแล้วจะสนุกขึ้นมาก อรรถรสความสนุกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกเราอ่านแค่ที่มีให้ลองอ่านใน MEB ถ้าไม่ใช่แฟนนิยายกันมาก่อน อาจจะไม่กดซื้อก็ได้ แต่พออ่านไปเรื่อยเฮ้ย สนุก ย้อนยุค เจ้าๆ บ้านเมือง ก็สนุกได้นะ (เหมือนว่าตอนแรกทาง สนพ.จะลงให้อ่านประมาณ ๗๐ หน้า ตอนนี้เป็น ๑๐๐ หน้า เราว่ามันเริ่มสนุกแล้ว) ต่อไปเป็นช่วงที่จะเผยเนื้อเรื่องแล้วนะคะใครยังอ่านไม่จบก็กดปิดไปได้เลย
สิ่งที่เราชอบที่สุดของนิยาย ตัวละคร จันทรา เป็นคนรักเก่าที่โผล่ออกมาสร้างสีสัน ความน่าสนใจให้กับนิยาย ทำให้เรื่องนี้กลมกล่อมมากขึ้น จันทราแสดงให้เห็นถึงความรักแบบไม่เห็นแก่ตัว นึกถึงแผ่นดินของตนเองมากกว่าความรักของเธอกับสราญวลี แถมยังมีความเป็นห่วงคนรักเก่า แต่ความคิดนี้เปลี่ยนไปเมื่อคำถามจาก บีลัน ที่ถาม จันทรา ท้ายเล่ม ฮาฮาฮา ว่าจริงๆแล้วจันทราห่วงสราญวลี หรือ แค่รู้สึกผิด

เราชอบที่คิลินเขียนเรื่องอิงการเมืองในโลกสมมุติแห่งนั้น มันอิงการเมืองแบบทำให้เรานึกถึงการเมืองของไทยในยุค ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ว่าไทยนั้นมีคนอย่างพุฒิภัทรมากมายเหลือเกิน พวกมักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นอะไรที่มากกว่าความสามารถ เป็นคนตลบตะแลง คิดว่าตัวเองฉลาดมาก จริงๆก็โง่เพียงแต่ปากดีมีเงินใช้เส้นสาย ท้ายสุดคนแบบนี้มันจะไม่ตายดี

จะผิดไหมที่จะจบบล็อกโดยไม่กล่าวถึงตัวเอกทั้ง ๒ อย่าง บีลัน กับ สราญวลี หลายๆคนน่าจะชอบตัวเอกเราเลยเอามุมมองของคนชอบตัวรองมาแบ่งปันบ้างละกันเนอะ

ไหนๆนิยายเรื่องนี้มีเพลงประกอบหลายเพลงแต่เป็นเพลงไทยเราขอคิดว่าถ้าเราอ่านนิยายเราจะฟังเพลงของ Caro Emerald ไปด้วย

That I belong to you
That endless nights so far away are gone, and you
Could never love another.
And I love you too
I see it up above and now I feel the truth

Thursday, 10 December 2015

Tint, Shade & Tone โดย KTY



Tint, Shade & Tone

กลับมาแนะนำนิยายตามอารมณ์ จขบ กันอีกครั้ง เรื่องนี้เราน่าจะเคยแนะนำว่าให้ลองไปอ่านกันได้ใน ชุมชนนักเขียน/นักอ่าน ของ comeon ซึ่งตอนนี้น้องคนเขียนเขียนจบแล้วเอามาลงขายใน MEB ให้นักอ่านได้ซื้อหากันแล้ว ส่วนใครอยากได้ครอบครองเป็นเล่มเห็นผู้เขียนว่าจะส่งสำนักพิมพ์ เพราะไม่มีเวลาจัดทำเอง เราคิดว่าคงส่งให้ สนพ.สะพานล่ะมั้งคะ เพราะพิมพ์ของน้อง KTY มา 2 เรื่องแล้ว ส่วนใครยังไม่ได้อ่านแนะนำว่าไปอ่านก่อนค่ะ ถ้าชอบก็สนับสนุนน้องเขากันนะคะ ซื้อใน MEB ก็ดีค่ะน้องเขาได้รับเงินกันไปแบบเต็มๆ อีกอย่างน้อง KTY ใช้ภาษาดี จัดหน้าโอเค ไม่ค่อยมีคำผิด ไม่จำเป็นต้องมีการตรวจทานคำผิดเท่าไร แต่ใครอยากเก็บเป็นเล่มก็รอน้องเขาแจ้งเลยค่ะว่าจะพิมพ์ที่ไหน แต่เราเป็นแฟน MEB ค่ะแม้ตอนนี้ application จะรวนไปบ้าง นิยายยูริใน account นี่เต็มสตรีมสุดๆ

เรื่องย่อ ใน MEB
เรื่องราวในชีวิตประจำวันของบุคคลต่างวัยที่ค่อย ๆ ถักทอความสัมพันธ์ขึ้นทีละนิดจนอบอุ่นไปทั้งหัวใจ โดยบอกเล่าผ่านเฉดสีในแต่ละตอน
"แล้วคุณล่ะ...ชอบสีอะไร?

ช่างเป็นเรื่องย่อที่น้อยนิดแต่เมื่อเริ่มอ่านแล้วคุณจะหลงรัก น้านิด, น้องหนึ่ง และคุณนายภรรตรีผู้เป็นแม่ อย่างเรานี่พูดได้เต็มปากว่าเรื่องนี้ตัวละครที่เราชอบที่สุดเป็นคุณแม่ค่ะ เรื่องจะค่อยๆคลายปมความซับซ้อนของครอบครัวนี้ คนเขียนสามารถบรรยายให้เราหลงรักตัวละครได้ทุกตัว สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ KTY คือ จะมีตัวละคร มึนๆอึนๆงงๆ ใช้คำพูดได้งงบ้าง แต่มีสไตล์เฉพาะตัวจะเรียกว่าอินดี้ได้ไหมเนี่ย แถมบทรักก็ไม่ได้แบบฮาร์ดคอร์รุนแรง แม้อ่านแล้วตอนที่น้านิดกับน้องหนึ่งรู้ใจกันก็ต้องเข้าใจว่าข้าวใหม่ปลามันจะมีเขียนให้คนอ่านจินตนาการได้ตลอดก็ตาม หุหุ

เราชอบที่เขาเขียนกรณีที่แม่ท้องในวัยเรียนแต่ก็เรียนจนจบ พยายามทำงานหาเงินเลี้ยงลูกคนเดียว ไม่ได้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ชายที่หลอกล่อให้เชื่อใจจนยอมมีอะไรด้วย แล้วเมื่อเกิดตั้งท้องขึ้นมาก็ไล่ให้ไปทำแท้ง มันแสดงถึงความแกร่ง จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อทั้งตัวเอง ครอบครัว และลูก แต่ข้อเสียเราว่าคุณคนเขียนไม่น่าจะต้องดึงตัวละครเรื่องอื่นมาโยงกันไปหมดก็ได้ค่ะ เพราะพอโยงกันถ้าเขียนได้ไม่ละเอียดพอมันจะมีจุดบกพร่องเรื่องเวลาและอายุให้คนอ่านเห็น เกิดสงสัยเอาได้

เมื่ออ่านแล้วคุณอาจจะชอบความซื่อจนเซ่อในบางเรื่องของน้องหนึ่ง หรือความเจ้าเล่ห์ของน้านิด แต่ที่ชอบที่สุดความรักที่คุณนายแม่มีต่อลูกสาว รู้เท่าทันน้านิด แต่จะหาแม่อย่างนี้ได้ที่ไหนที่ไม่ใช่ในนิยายคะ อีกอย่างน้อง KTY ตั้งชื่อตัวละครเพราะตลอดอย่างเรื่องนี้ มธุรา ภฤดา ภรรตรี อ่านเถอะถ้ายังไม่แน่ใจว่าอ่านดีไหม อ่านสบายๆไปกับความช่างเปรียบเทียบของคนเขียน เรื่องไม่หนักเลยอ่านแล้วยิ้ม แต่ถ้าชอบนิยายหนักหน่อยก็ต้องไปซบอก คิลิน ไม่ก็ชอบแบบหนักโคตรก็ต้อง รักใคร่ ใคร่ครวญ ของ อธิฌลา

ลากันไปง่ายด้วยเพลงที่ไม่เข้ากับเนื้อหาบล๊อกและเนื้อหานิยายเลย แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา Petite เอามาร้องใน The Voice Thailand เราว่าต้นฉบับเจ๋งกว่านะ