Showing posts with label the intouchables. Show all posts
Showing posts with label the intouchables. Show all posts

Wednesday, 26 September 2012

Les Intouchables:The Intouchables



วันหยุดที่ผ่านมาได้ไปดูหนังที่อยากดูมาด้วยค่ะ หนังเรื่องที่พูดไปในบล๊อกก่อน หรือบล๊อกก่อนก่อนก็จำไม่ได้ จขบอายุเยอะเลยขี้ลืมค่ะ หนังเรื่องนี้ชื่อฝรั่งเศสคือ  Les Intouchables ด้วยที่คนตั้งชื่อภาษาอังกฤษคงจะให้ความเคารพไม่อยากเปลี่ยนแปลงมากหนังจึงชื่อ The Intouchables ในภาษาอังกฤษซึ่งมันไม่เป็นศัพท์ที่ถูก จริงๆแล้วมันก็คือ The Untouchables แต่ภาษาไทยนี่สิ “ด้วยใจแห่งมิตร พิชิตทุกสิ่ง” มันช่างตั้งชื่อได้.....

ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงน่าสนใจ เพราะหนังเรื่องนี้ทำรายได้ใน Box Office ในฝรั่งเศสแซงหน้าหนังภาคต่อที่โด่งดังอย่าง Harry Potter แถมหนังยังสร้างจากเรื่องจริงด้วย ถ้าคุณได้ไปดูหนังคุณจะพบว่าหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องไปอย่างเรื่อยๆ ไม่ได้มีจุดกระชากอารมณ์ ไม่ได้มีความตื่นเต้น แต่เป็นการดูหนังที่ไม่ง่วงเลยค่ะ (อาจจะเป็นเพราะ จขบ ชอบดูหนังเรื่อยๆอย่างนี้อยู่แล้ว ด้วยอายุที่โตขึ้นจึงเลือกหนังดูมากขึ้นเยอะ ถ้าเทียบกับสมัยมัธยมนี่ดูแทบทุกเรื่องและดูหนัง Hollywood ซะเยอะ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีความสนใจใน อุกกาบาตจะชนโลกแบบ Armageddon หรือมนุษย์ต่างดาวบุกโลกอย่าง ID4 ส่วนพวกหนัง Actions นี่จำไม่ได้จริงๆว่าเรื่องสุดท้ายที่ดูคือเรื่องอะไร หนังผีนี่ไม่เคยชอบดู นอกจากผีมีชั้นเชิงอย่าง The Sixth Sense ไม่ใช่ละครช่อง3 นะคะ) จขบ ชอบหลายๆคำที่ Phillipe พูดนะคะ อย่างตอนที่พูดกับทนายว่าที่จ้าง Driss เพราะ Driss ไม่ได้ให้ความสงสารเห็นใจทำให้เขาจ้าง Driss มาดูแล มันเป็นสิ่งที่คนพิการหลายคนไม่ต้องการจากคนที่ร่างกายแข็งแรง ไม่ต้องให้มาสงสาร  ชอบที่ Phillipe ชอบบรรดาเพลงคลาสสิค แต่ Driss ชอบ Earth, Wind & Fire เหมือนเป็นการทำให้คนแต่ละสังคมรู้จักกันมากขึ้น เหมือนแบบให้คนที่อยู่เขต 16 ใน Paris (เขตคนรวยพวกเศรษฐีเก่า) ให้มาทำความรู้จักกับ คนที่พักอาศัยในบ้านของรัฐแถบ Créteil  สรุปแล้วมันเป็นมิตรภาพที่ดีจริงๆดูแล้วอิ่มใจค่ะ ในชีวิตนี้หามิตรภาพอย่าง 2 คนในเรื่องได้เกิน 5 คนก็เยี่ยมแล้วค่ะ แถมเรื่องนี้ทำให้เราได้ยินภาษาฝรั่งเศสออกด้วยนะคะ คำง่ายๆที่คืนคุณครูไปไหมดแล้ว ทั้ง Oui, Non, D'accord, Sortie
อ้อขำเรื่องที่ผู้หญิงที่ Driss พยายามจีบด้วย ว่าทำไมจีบไม่ได้ซะที เฉลยมาทำเอาฮาเลย

เรื่อง Les Intouchables ทำให้เรานึกถึงเรื่อง  “Le scaphandre et le papillon” ที่สำนักพิมพ์ผีเสื้อเอามาแปลขายและแปลจากชื่อได้ตรงตัวที่สุด ชุดประดาน้ำและผีเสื้อหนังสือเรื่องนี้เขียนโดยการกระพริบตาของ JEAN - DOMINIQUE BAUBY เขาเป็นอดีตบก.บห.ของ Elle ฝรั่งเศส แต่เส้นเลือดในสมองแตกทำให้ขยับได้แต่เปลือกตาซ้าย และกว่าเขาจะเขียนหนังสือได้ ต้องมีคนนั่งไล่ตัวอักษรให้เขากระพริบตาว่าเขาจะใช้อักษรตัวนี้ คิดดูว่าต้องใช้ความพยายามขนาดไหน หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องที่เขากล่าวถึงครอบครัว ความสัมพันธ์กับพ่อ จขบ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้นานมากๆแล้ว หอบหิ้วไปเรียนด้วยแต่ไม่ได้เอากลับมาเพราะให้คนอื่นไปอ่านต่อ ตอนนี้อยากจะเอามาอ่านเพื่อฟื้นความจำอีกครั้ง คงต้องซื้อใหม่ อ้อหนังสือเล่มนี้ได้สร้างเป็นหนังด้วยนะคะ ในชื่อภาษาอังกฤษคือ “The Diving Bell and The Butterfly” แถมได้รางวัลเพียบเลยนะคะ ใครเป็นคอหนังยุโรปน่าจะเคยได้ยินหรือเคยดูแล้วก็ได้  ตอนนั่งเขียนก็นึกขึ้นได้ว่าเราซื้อ DVD เรื่องนี้มาเก็บไว้นี่ หุหุ แก่แล้ว แต่โดยปกติถ้าเราได้อ่านหนังสือก่อนเราจะไม่ดูหนังนะคะ มันทำลายความสุขจากการอ่านจริงๆค่ะ ถ้าหนังทำออกมาแย่

สรุปง่ายๆสั้นๆ ชอบค่ะเรื่อง The Intouchables แนะนำให้ไปดูกันนะคะ เผื่อคนนำหนังเข้ามาฉายจะได้เอาหนังดีๆจากยุโรปมาให้คนไทยดูบ่อยๆ ไม่งั้นต้องรอไปช่วงเทศกาลหนังอย่างเดียว

ปล.ฟังเพลงนี้ประกอบไปด้วย Vivaldi ช่วง Summer จาก Four Season กับ September ของ Earth, Wind & Fire  และ Feeling Good ของ เจ้าป้า Nina Simone ด้วย เพลงที่เราชอบทั้ง 3 เพลงเลย ช่างเป็น OST ที่มีคลาสจริงๆ ฮาฮาฮา